ข่าวไอที Blognone » ปี 2017 เป็นทั้งปีที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของ YouTube, ผู้ใช้เด็กเพิ่ม เนื้อหารุนแรงกับเด็กก็เพิ่มตาม

ปี 2017 เป็นทั้งปีที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดของ YouTube, ผู้ใช้เด็กเพิ่ม เนื้อหารุนแรงกับเด็กก็เพิ่มตาม

27 ธันวาคม 2017
3   0

The Verge เผยแพร่บทความวิพากษ์ YouTube โดยระบุว่า YouTube ในปี 2017 มีทั้งเรื่องร้ายและดี เรื่องดีคือ YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฐานผู้ใช้งาน 1.5 พันล้านราย จากการวิเคราะห์ของ Forbes ยังบอกว่าช่อง 10 อันดับแรกของ YouTube มีรายได้รวมกัน 127 ล้านดอลลาร์ มากกว่าปีก่อนหน้า 80% นอกจากนี้ ฐานผู้ใช้ที่เป็นเด็กก็ขยายตัวเป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ คอนเทนต์เด็กได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ บนแพลตฟอร์ม

ข้อมูลจาก SocialBlade ที่ติดตามข้อมูลวิดีโอออนไลน์ ระบุว่า 5 ใน 15 ช่อง YouTube ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเป็นช่องเด็ก ขณะเดียวกัน ฐานผู้ใช้เด็กคือดาบสองคมสำหรับ YouTube เพราะปัญหาใหญ่ของ YouTube ในช่วงนี้คือคอนเทนต์แฝงที่ไม่เป็นมิตรต่อเด็กทั้งที่เจาะกลุ่มผู้ชมเด็ก

No Description
ภาพจาก Pexels

Phil Ranta ซีโอโอ MCNs Studio71 ที่ทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ระบุว่า กลุ่มผู้ใช้เด็กสร้างตัวเลขยอดรับชมได้เป็นอย่างดี เพราะโดยพฤติกรรมเมื่อเด็กชอบอะไรพวกเขามักจะดูสิ่งนั้นซ้ำๆ

Ben Popper ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ระบุว่า จากการดูเนื้อหาตามช่องเด็ก และช่องซูปเปอร์ฮีโร่
พวกเขามักนำเสนอด้วยคำพูดที่สื่อถึงความรุนแรง เช่นเลือด ความตาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนักใจเมื่อเทียบกับวิดีโออื่น ที่จับเด็กมัด ทำให้เด็กกลัว ตัวการ์ตูนฆ่าตัวตาย มีเพศสัมพันธ์ และยิ่งไปกว่านั้นคือวิดีโอที่เป็นกับดัก เช่นวิดีโอเขียนพาดว่าสำหรับเด็ก แต่เนื้อหาข้างในเป็นผู้หญิงสองคนกำลังสูบบุหรี่ในอ่างอาบน้ำและจูบกันอย่างลึกซึ้ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม YouTube ก็รับรู้ปัญหาและสัญญาจะแก้ไข โดย YouTube ออกโรงปิดกั้นเนื้อหาช่องใหญ่อย่าง ToyFreak ที่มียอดติดตามถึง 8.5 ล้านราย รวมทั้งคอมเมนต์จากผู้ใช้ไม่หวังดีใช้ถ้อยคำรุนแรงและบางครั้งล่วงละเมิดเด็ก แบรนด์ทยอยถอนโฆษณาออก นำมาซึ่งการออกกฎเข้มงวดขึ้น เช่น ต้องเป็นผู้ใช้เกินอายุ 18 ปีจึงจะเข้าสู่ระบบของ YouTube ได้, ถอดโฆษณาจากวิดีโอที่ไม่เหมาะสมที่กำหนดเป้าหมายไปที่เด็กและครอบครัว เพิ่มทีมดูแลเนื้อหา ใช้อัลกอริทึมตรวจจับเนื้อหารุนแรงที่มีอยู่แล้วมาโฟกัสที่ความรุนแรงต่อเด็ก และในปี 2018 ก็จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ว่าความพยายามของ YouTube จะแก้ปัญหาได้หรือไม่

ที่มา - The Verge

[source: https://www.blognone.com/node/98640]