ข่าวไอที Blognone » พีซีสำหรับธุรกิจ ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนทำงาน ทนทานกว่า ปลอดภัยกว่า ประกันนานกว่า

พีซีสำหรับธุรกิจ ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนทำงาน ทนทานกว่า ปลอดภัยกว่า ประกันนานกว่า

29 ธันวาคม 2017
17   0

ในยุคที่พีซีกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาไม่แพง และสินค้าแต่ละยี่ห้ออาจดูแทบไม่ต่างกันนัก (ยกเว้นดีไซน์และโลโก้ของแบรนด์) หลายคนอาจมีคำถามว่า เรายังต้องสนใจดูรายละเอียดหรือคุณสมบัติของเครื่องแต่ละรุ่นกันอีกหรือไม่

แต่จริงๆ แล้ว ตลาดฮาร์ดแวร์พีซียังแบ่งเป็นสินค้าสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (consumer) และสินค้าสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจ (business หรือ commercial) ถ้าดูเผินๆ แล้ว สเปกฮาร์ดแวร์ของสินค้าทั้งสองกลุ่มอาจดูเหมือนๆ กัน แต่ในความเป็นจริง ฮาร์ดแวร์สำหรับภาคธุรกิจมักมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไป เพราะถูกออกแบบมาสำหรับ "การใช้เพื่อการทำงาน" จริงๆ

No Description

เพื่อ Productivity ที่ดีกว่า

พีซีกลุ่มธุรกิจของ Dell ถูกออกแบบมาให้เพิ่มประสิทธิผลในการทำงานสูงสุดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • พอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลาย รองรับอินเทอร์เฟซแบบเก่าๆ บางอย่างที่ยังใช้งานกันแพร่หลายในโลกองค์กร ไม่ต้องเสียเวลาหาหัวแปลงพอร์ต
  • อุปกรณ์เสริมหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ docking station ที่ช่วยขยายพอร์ตเชื่อมต่อ และอุปกรณ์ป้อนข้อมูลแบบใหม่ๆ อย่างปากกา Dell Active Pen ช่วยให้ป้อนข้อมูลด้วยลายมือได้ง่าย
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน อย่าง Dell Latitude 5289 ที่เป็นพีซีแบบ 2-in-1 มีอายุแบตเตอรี่ 8-10 ชั่วโมง แต่สามารถซื้ออุปกรณ์เสริมเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้ได้นานสูงสุดถึง 17 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับการใช้งานตลอดวันโดยไม่ต้องพกที่ชาร์จ

No Description

มีความทนทานและเสถียรภาพที่ดีกว่า

ปัจจุบัน พีซีกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการทำธุรกิจไปแล้ว เรียกได้ว่าพนักงานในองค์กรทุกแห่งจะไม่สามารถทำงานได้เลยหากไม่มีพีซี และถ้าหากพีซีเกิดปัญหาจนใช้งานไม่ได้ การทำงานย่อมหยุดชะงัก ซึ่งเป็นสภาพที่เราไม่ต้องการให้เกิดกับธุรกิจแน่นอน

พีซีกลุ่ม Business จึงมักถูกออกแบบให้ใช้วัสดุภายนอกที่ทนทานกว่า หลายรุ่นใช้วัสดุเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในที่มีคุณภาพสูง และผ่านการทดสอบความทนทานและเสถียรภาพ (reliability test) ว่าจะสามารถใช้งานได้ยาวนาน โดยมีอัตราการเสียต่ำ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าพีซีจะไม่กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงาน

No Description

บริการซัพพอร์ตยาวนานกว่า รับประกันนานกว่า

ถึงแม้พีซีกลุ่มธุรกิจจะถูกออกแบบให้มีความทานและเสถียรภาพสูง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโอกาสที่จะเสียย่อมเกิดขึ้นได้ สิ่งที่ตามมาจึงเป็นบริการหลังการขายที่คอยอุดช่องว่าง ไม่ให้ธุรกิจต้องชะงักจากปัญหาไม่มีพีซีใช้งาน

พีซีสำหรับภาคธุรกิจของ Dell จึงมาพร้อมกับบริการสนับสนุนดังนี้

  • Dell Premium Support บริการซ่อมเครื่องถึงที่ (On-site Service) ในวันทำการถัดไป (next business day) เป็นเวลานานถึง 3 ปี
  • รับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุด 3 ปี ต่างจากพีซีกลุ่มคอนซูเมอร์ที่มักรับประกันแบตเตอรี่แค่ 1 ปี (หมายเหตุ: รับประกัน 3 ปีเฉพาะบางรุ่น แต่รุ่นที่รับประกัน 1 ปี สามารถต่อประกันเพิ่มได้อีก 1 ปี)
  • บริการช่วยเหลือระยะไกลทางโทรศัพท์ ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
  • โปรแกรม Dell Support Assist ช่วยตรวจจับปัญหาของเครื่องและแจ้งเตือนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

No Description

ปลอดภัยกว่า

พีซีกลุ่มธุรกิจยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยหลายๆ อย่าง ที่อาจไม่จำเป็นต่อผู้ใช้คอนซูเมอร์ แต่เป็นประโยชน์มากสำหรับการใช้งานในองค์กร เช่น

การยืนยันตัวตนด้วย biometric อย่างการสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้า ปลอดภัยและสะดวกกว่าการใช้รหัสผ่าน
ฟีเจอร์การจัดการจากระยะไกล สามารถลบข้อมูลสำคัญภายในเครื่องหากเครื่องหายหรือถูกขโมย ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลสำคัญขององค์กรจะรั่วไหล

No Description

มาพร้อมกับ Windows 10 Pro

จุดเด่นอีกอย่างของพีซีสำหรับธุรกิจ คือมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Pro ที่มีคุณสมบัติหลายอย่างสำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งไม่มีใน Windows 10 Home รุ่นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เช่น

  • Windows Information Protection ป้องกันไม่ให้พนักงานผู้ใช้เครื่อง เผลอส่งข้อมูลสำคัญออกไปนอกองค์กร
  • __Bitlocker เข้ารหัสข้อมูลของทั้งเครื่อง เพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหล แม้เครื่องถูกขโมย
  • Group Policy และ Assigned Access แอดมินองค์กรสามารถกำหนดสิทธิการใช้งาน การเข้าถึงฟีเจอร์และข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้แต่ละคนได้
  • Domain Join และการเข้าร่วมกับโดเมน Azure Active Directory พร้อมระบบ single sign-on ที่องค์กรมักใช้งาน
  • ฟีเจอร์การจัดการเครื่องจากระยะไกล (Mobile Device Management) โดยผู้ดูแลระบบขององค์กร ช่วยให้จัดการเครื่องจำนวนมากๆ ได้รวดเร็ว
  • Remote Desktop ล็อกอินจากระยะไกลเพื่อใช้งานเดสก์ท็อปข้ามเครื่อง
  • Client Hyper-V ระบบ virtualization ของวินโดวส์ ใช้เทคโนโลยีตัวเดียวกับ Hyper-V ของ Windows Server เปิดให้รันระบบปฏิบัติการเสมือนบน Windows 10 ได้ ช่วยรองรับแอพพลิเคชันรุ่นเก่าๆ ที่ยังจำเป็นต้องใช้งาน
  • Windows Update for Business ที่เปิดให้องค์กรควบคุมการอัพเดตระบบปฏิบัติการได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถข้ามอัพเดตบางตัวหรือชะลอการอัพเดต จนกว่าจะทดสอบแล้วว่าใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา
  • Windows Store for Business ควบคุมการติดตั้งแอพขององค์กรได้อิสระกว่า Windows Store รุ่นปกติ สามารถติดตั้งเฉพาะแอพขององค์กรเองผ่าน Store ได้

[source: https://www.blognone.com/node/98671]