ข่าวไอที Blognone » มินิรีวิว MicFlip สาย micro USB ที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

มินิรีวิว MicFlip สาย micro USB ที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

5 กันยายน 2015
9   0

หลังจากที่มีโครงการผลิตสาย micro USB ชนิดเสียบด้านไหนก็ได้เปิดตัวมาหลายโครงการ และมี MicFlip ที่เปิดตัวกับ Indiegogo เป็นหนึ่งในนั้น วันนี้ผมจะมารีวิวสั้น ๆ หลังจากได้รับสายมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ

ราคาและการจัดส่ง

เนื่องจากผมสนับสนุนไปในช่วง Super Early Bird จึงได้มาได้ราคา $10 พร้อมส่งฟรี (เทียบกับโครงการอื่น ๆ แล้วผมมว่าคุ้มนะครับ) มีกำหนดส่งเดือนกันยายน แต่สายนี้ผมได้รับมาช่วงปลายเดือนสิงหาคม และมีการอัพเดตโครงการเป็นระยะ ๆ ถือว่าเป็นโครงการที่น่าประทับใจโครงการหนึ่งเลยครับ (นี่เป็นการสนับสนุนโครงการสตาร์ตอัพแรกของผมด้วย ^^)

บรรจุภัณฑ์และวัสดุ

ตัวสายส่งมาในซองจดหมายสีน้ำตาลขนาดไม่ใหญ่ ไม่มีซองกันกระแทก แต่สภาพสายก็ไม่มีปัญหาอะไร ตัวบรรจุภัณฑ์ดูเรียบง่าย สมราคา (ไม่แน่ใจว่าเมื่อขายจริงจะมีการปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่หรือไม่)

สายที่ได้มาเป็นสีเงิน ขนาด 100 เซ็นติเมตร มีการถักฉนวนสวยงาม ยังมีเศษด้ายรุ่ยบ้างนิดหน่อย วัสดุหุ้มขั้วเป็นอลูมิเนียมผสมพลาสติก ดูแข็งแรงเรียบร้อยดี ถึงจะไม่ได้เก็บงานเนี๊ยบเป๊ะแต่ไม่น่าเกลียดครับ

ส่วนของขั้วเป็นทองเหลืองทั้งสองด้าน ฝั่ง USB A แต่เดิมจะออกแบบให้เสียบได้สองด้าน แต่ต่อมายกเลิกไปเกิดเพราะปัญหากับการใช้งานจริง จึงคงเหมือนสายทั่วไปในตลาด

ทางฝั่ง USB B ที่เป็นจุดเด่นของสายนี้ มีลักษณะเป็นหกเหลี่ยม และขั้วต่อจะอยู่ตรงกลางพอร์ตและมีขั้วทั้งสองด้าน (โครงสร้างคล้ายกับ Lightning ของ Apple ต่างที่ลักษณะของพอร์ต) เพื่อให้สามารถเสียบได้ทั้งสองด้านครับ

การใช้งานจริง

การเสียบ แน่นอนว่าต้องเสียบได้ทั้งสองด้าน (ก็จุดขายนี่นา) เวลาที่เสียบต้องออกแรงกดมากกว่าสายปกตินึดนึงให้ "คลิ๊ก" เข้าไป ตอนถอนก็เช่นกันครับ อันนี้ผมนับว่าเป็นข้อดี เพราะมันแน่นหนา ไม่หลุดง่าย

การประจุไฟ

เนื่องจากตัวสายไม่มีบอกรายละเอียดข้อมูลจำเพาะ กอปรกับผมก็ไม่ค่อยเชื่อตัวเลขสรรพคุณ จึงขอข้ามไปที่การใช้งานจริงเลยละกันครับ

อุปกรณ์ที่ทดสอบเป็นโทรศัพท์ LG G3 ใช้กับอแดปเตอร์แรงดันไฟ 2.1 A ที่ใช้งานประจำ ก่อนการประจุปล่อยให้แบตเตอรีหมดก่อนแล้วจึงจับเวลา (คร่าว ๆ) ไม่เห็นความแตกต่างกับสายที่มากับตัวเครื่อง ทั้งนี้ผมไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับระบบประจุไฟด่วนจึงไม่ได้ทดสอบด้วย แต่จากความเห็นผู้ใช้ใน Indiegogo บอกว่าใช้งานกับ Galaxy Note 4 พร้อมอแดปเตอร์ที่มากับเครื่องสามารถประจุไฟได้รวดเร็วไม่ต่างกันครับ

การถ่ายโอนข้อมูล

อันนี้ก็ทำแบบบ้าน ๆ เลยคือทดลองโยนไฟล์ขนาด 766 MB เข้า LG G3 ผ่านโหมด MTP แล้วจับเวลาเทียบกับสายที่มากับเครื่อง ทั้งสองสาย และสองด้าน ได้เวลาอยู่ที่ 36 - 37 วินาที ไม่เห็นความแตกต่างครับ

สรุป

หลังจากใช้มาหนึ่งสัปดาห์ก็สรุปได้ว่า "ทำไมนวัตกรรมแบบนี้ไม่มีมาตั้งแต่ตอนร่างมาตรฐาน (วะ)" ด้วยความที่ตนเองใช้ทั้ง Android และ iOS จึงให้ความรู้สึกว่าสายเส้นนี้เต็มเติมช่องว่างระหว่างสองแพลตฟอร์มให้ใกล้เคียงกันขึ้นไปอีก

ตัวสาย MicFlip และ Lightning นั้นให้ความรู้สึกที่เหมือนกันเลย ยิ่งถ้าจับไปเทียบกับสาย Lightning รุ่นที่ถักฉนวนยิ่งให้ความรู้สึกการใช้งานใกล้เคียงกันมาก ทั้งนี้ ถ้าถามว่าสาย MicFlip จำเป็นขนาดต้องมีไหม ก็อาจจะไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะสาย MicFlip เป็นเพียง "ตัวเลือก" ไม่เหมือนกับ Lightning ที่เป็นมาตรฐานบังคับ

ความเห็นส่วนตัวคือสายเส้นนี้เหมาะกับ

  1. ใช้เป็นสายเส้นสำรอง ใช้ในรถยนต์น่าจะช่วยลดการละสายตาจากถนนได้ดีทีเดียว
  2. เหมาะกับคุณพ่อ คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ ที่มีปัญหาเรื่องสายตา และขยาดกับเทคโนโลยี (คุณแม่ผมเคยทำเครื่อง mp3 พังเพราะฝืนเสียบสาย USB ผิดด้าน)

ตอนนี้รู้สึกว่าราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ $15 (ยังคงส่งฟรี) ผู้ที่สนใจสามารถลองดูกันที่ได้ Indiegogo ครับ

Accessories, microUSB, Review, USB

[source: https://www.blognone.com/node/72138]