ข่าวไอที Blognone » รีวิว Garmin vívoactive นาฬิกาออกกำลังกายพร้อมหน้าจอสัมผัส และ GPS ในตัว

รีวิว Garmin vívoactive นาฬิกาออกกำลังกายพร้อมหน้าจอสัมผัส และ GPS ในตัว

21 สิงหาคม 2015
9   0

ความนิยมของอุปกรณ์ไอทีสวมใส่ได้ เปิดโอกาสให้บรรดาแบรนด์ต่างๆ ส่งสินค้าเข้ามาในตลาดใหม่นี้อย่างต่อเนื่อง แม้แต่ Garmin ที่มีชื่อเสียงด้านการทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ GPS ยังใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์เช่นกัน แต่จับกลุ่มลูกค้ากลุ่มที่ต่างออกไปจากพวก Apple Watch หรือ Android Wear ที่เน้นการใช้งานทั่วไป เป็นกลุ่มผู้ออกกำลังกายที่ต้องการบันทึกข้อมูลสุขภาพ รุ่นที่น่าสนใจและทางทีมได้มารีวิวในวันนี้คือ vívoactive สมาร์ทวอทช์พร้อมฟังก์ชันเจาะลึกการออกกำลังกายที่มาพร้อมกับ GPS ในตัว

vívoactive เป็นสมาร์ทวอทช์หน้าจอสี่เหลี่ยม วัสดุโดยรวมเป็นพลาสติก เมื่อเทียบกับนาฬิการุ่นอื่นๆ ของ Garmin อย่าง Forerunner หรือ Fenix แล้ว ขนาดของ vívoactive จะเล็ก และออกแบบมาเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปมากกว่า ในขณะที่ฟีเจอร์กลับแพ็คมาให้ไม่น้อยหน้ารุ่นใหญ่ๆ ทั้งการรองรับ GPS (และ GLONASS) ทนต่อแรงดันน้ำได้ระดับน้ำลึก 50 เมตร ใส่ว่ายน้ำได้สบายๆ และยังมาพร้อมกับแอพสโตร์ในตัวอย่าง Connect IQ ให้สามารถลงแอพเสริมการใช้งานได้อีกด้วย

ก่อนจะพูดถึงฟีเจอร์การทำงานของเจ้า vívoactive มาลองดูตัวเครื่องกันก่อนครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ลองจับตัวเครื่อง

ตามที่เกริ่นไปว่างานออกแบบของ vívoactive ที่แม้จะเป็นสมาร์ทวอทช์ GPS แต่ว่ารูปร่างจะไม่ได้ออกมาสมบุกสมบันอย่างที่หลายคนคิด ออกไปทางสมาร์ทวอทช์ราคากลางๆ ในตลาดที่ใช้วัสดุหลักเป็นพลาสติก

ด้านหน้าของตัวเครื่องจะมีปุ่มเมนูแบบสัมผัสใต้หน้าจอ สองปุ่มหลัก ที่ดูเผินจะใช้งานแค่ไว้ย้อนกลับ กับเปิดเมนู แต่สองปุ่มนี้สามารถทำงานได้หลายฟังก์ชันขึ้นอยู่กับตัวฟีเจอร์ที่เรียกใช้งาน ซึ่งจะมาพูดถึงกันทีหลัง

พลิกมาด้านขวาของตัวเครื่องจะพบกับปุ่มจริงๆ หนึ่งปุ่ม หน้าที่หลักของเจ้าปุ่มนี้คือการเปิดเข้าหน้ารวมแอพ สำหรับเปิดใช้งานแอพออกกำลังกาย หรือตั้งค่าตัวเครื่อง ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่มสำหรับเปิด-ปิดเครื่อง และใช้เปิด-ปิดไฟส่องหน้าจออีกด้วย

สายมาตรฐานที่มากับตัวเครื่องจะเป็นสายยาง แต่สามารถเปลี่ยนเป็นสายหนังได้ (ขายแยก)

ด้านหลังของตัวเครื่องมีข้อมูลสังเขปด้านการเชื่อมต่อทั้งการรองรับ Bluetooth LE, ANT+ และพอร์ตด้านบนสองฝั่งสำหรับชาร์จแบตเตอรี่

การสวมใส่ของ vívoactive ใช้วิธีเดียวกับนาฬิกาสายยาง-หนังในตลาด เพียงแต่เพิ่มที่ล็อกสายเข้ามาด้วย เพื่อไม่ให้ปลายสายเพ่นพ่านระหว่างออกกำลังกาย เท่าที่ลองใช้มาพบว่าล็อกได้แน่นหนามาก (ตอนจะถอดออกยังยากเลย)

จุดเด่นแรกของ vívoactive คือการใช้หน้าจอสีแบบสัมผัสที่สามารถดูได้ในทุกสภาพแสง แม้แต่กลางแจ้งก็สามารถดูได้ ซึ่งทดสอบแล้วสามารถใช้งานได้จริง แต่อาจต้องขยับมุมในการมองเพื่อให้ดูได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนการใช้งานในที่แสงน้อย สามารถกดปุ่มด้านซ้ายเพื่อเปิดไฟส่องหน้าจอได้

หน้าจอปกติ

เปิดไฟส่องหน้าจอ

การใช้งานทั่วไป

พูดถึงตัวเครื่องของ vívoactive มาจนครบแล้ว ต่อมาดูการใช้งานของเจ้านาฬิกาตัวนี้กันบ้าง และนี่คือหน้าแรก ซึ่งหลักๆ แล้วใช้บอกเวลา และแสดงผลข้อมูลเพิ่มเติมได้ (หมายเหตุ: ไม่ใช่หน้าหลักมาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง)

เมื่อปัดหน้าจอมาด้านซ้าย จะเป็นหน้าสำหรับแสดงผลการออกกำลังแบบทั่วไป ที่จะแสดงจำนวนก้าวรายวัน ระยะทางที่เดิน และปริมาณแคลอรีที่เผาผลาญไปแล้ว

ถัดมาเป็นหน้าเครื่องมือควบคุมเพลง ใช้งานได้เมื่อต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Garmin Connect เสียก่อน

ในตัวเครื่องจะมีฟีเจอร์สำหรับบอกสภาพอากาศมาให้ด้วย สามารถแสดงข้อมูลได้สามระดับคือ สภาพอากาศปัจจุบัน รายวัน และรายชั่วโมง โดยใช้พิกัดใน GPS ของตัวนาฬิกา ไปดึงข้อมูลจาก Accuweather มาแสดงผล

อีกหนึ่งจุดเด่นของ vívoactive คือการมีแอพรองรับการออกกำลังเฉพาะทาง ซึ่งแอพพื้นฐานติดเครื่องมาจะมี เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ และแอพสำหรับการออกกำลังกายในร่มทั้งสาม

การใช้งานแอพกลุ่มนี้จะเป็นการเปิดใช้ฟีเจอร์ GPS (ถ้าออกกำลังนอกสถานที่) โดยแต่ละการออกกำลังจะเก็บข้อมูลต่างกัน เช่นแอพวิ่งจะเก็บระยะทาง ความเร็ว และเวลา แต่ถ้าหากว่ายน้ำ จะเพิ่มการตีแขน และระยะเวลาต่อรอบเข้ามา เป็นต้น

แอพติดเครื่องอีกตัวที่ให้มาคือ Find My Phone ที่จะค้นหาสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับนาฬิกา และสั่งให้ส่งเสียงออกมา

สำหรับแอพสุดท้ายจะมีไว้สำหรับตั้งค่าพื้นฐานตัวเครื่อง และดูแลการเชื่อมต่อ อัพเดตต่างๆ ส่วนที่ปรับได้มีดังนี้

เปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา แต่ไม่มีพรีวิวให้ ต้องจำชื่อกันเอง

เปิดใช้ GPS และ GLONASS รวมถึงเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์แยกผ่าน ANT+

เปิดบลูทูธ และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

ฟีเจอร์น่าสนใจที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาคือ vívoactive นั้นสามารถแสดงผลการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนเป็นภาษาไทยได้ ! สูงสุดสามบรรทัด รวมถึงการเก็บข้อมูลนอนหลับที่เคยน่ารำคาญเพราะต้องกดเอง ในรุ่นนี้ก็ปรับปรุงให้ตรวจจับการนอนหลับอัตโนมัติได้แล้ว เป็นสองฟีเจอร์ที่ชอบมาก และเก็บภาพมาให้ดูยากมากเช่นกัน

ฝั่งฮาร์ดแวร์จะจบที่การชาร์จเจ้า vívoactive ที่ทำผ่านแท่นชาร์จเฉพาะตัว ใช้วิธีการวางลงไปแล้วแม่เหล็กจะดูดตัวเครื่องไปติดกับแท่นชาร์จเอง

เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และลงแอพผ่าน Connect IQ

เพื่อให้ใช้งาน vívoactive ได้สะดวกขึ้น ควรจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Garmin Connect ด้วย (iOS, Android) โดยสมาร์ทโฟนที่จะเชื่อมต่อต้องมี Bluetooth LE ไว้ด้วย

การเปิดใช้งานครั้งแรกจะต้องลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีด้วย ถ้าหากใครที่มีอยู่แล้ว สามารถล็อกอิน แล้วตรงดิ่งไปหน้า Device เพื่อเชื่อมต่อแอพได้เลย วิธีการง่ายๆ คือเปิด Bluetooth ของทั้งสมาร์ทโฟน และสมาร์ทวอทช์เอาไว้ แล้วกดเชื่อมต่อจากฝั่งสมาร์ทวอทช์ก็จะขึ้นเป็นหน้าจอแบบนี้

ในการเชื่อมต่อครั้งแรก จะมีการซิงก์ข้อมูลพร้อมกับอัพเดตเฟิร์มแวร์ของตัว vívoactive ด้วย ตรงนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ตัวแอพ Garmin Connect ฟีเจอร์หลักๆ คือการเก็บข้อมูลจากตัวนาฬิกามาแสดงผลในแอพ ซึ่งบอกข้อมูลพื้นฐานอย่างจำนวนก้าว จำนวนแคลอรี่ ระยะเวลาการนอนหลับ ซึ่งสามารถกดเข้าไปดูละเอียดรายวันได้

ข้อมูลชุดเดียวกันนี้สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ Garmin Connect ได้เช่นกัน

จุดขายสุดท้ายของ vívoactive คือการรองรับ Connect IQ แอพสโตร์ส่วนตัวสำหรับเติมเต็มฟีเจอร์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ผ่านตัวแอพเท่านั้น มีแบ่งประเภททั้งวิดเจ็ต หน้าปัด และแอพ หน้าตาของสโตร์เป็นแบบนี้

การติดตั้งสามารถทำได้ด้วยการกดดาวน์โหลด โดยแอพจะถูกส่งไปยัง vívoactive เมื่อซิงก์ข้อมูล โดยพื้นที่ในการเก็บแอพจะมีสองหน่วยความจุคือ Kilobyte และ Block (หนึ่งแอพนับเป็น 1 Block)

สรุปประสบการณ์ใช้งาน

หลังจากใช้งาน vívoactive มาได้ราวสองสัปดาห์ เรื่องแรกที่ประทับใจคือแบตเตอรี่ทนทานอย่างมกา แม้จะไม่ได้มากเท่าที่เคลมไว้ 3 สัปดาห์ แต่ก็ใช้งานได้อย่างน้อยสองสัปดาห์ แม้ว่าจะเปิดไฟส่อง เปิดแจ้งเตือนตลอดเวลาก็ตาม

แต่เมื่อเปิดใช้งาน GPS ผ่านแอพในตัวเครื่อง แบตเตอรี่จะลดลงเร็วมากๆ ตรงนี้ต้องโน้ตไว้ว่าใช้งานฟีเจอร์เกี่ยวกับ GPS เมื่อไหร่ ให้กลับไปชาร์จคืนนั้นด้วย

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ใช้งานได้ดีคือระบบแจ้งเตือนที่เป็นภาษาไทยแล้ว กดลบจากตัวนาฬิกาจะไปลบการแจ้งเตือนในเครื่องด้วย ระบบตรวจจับการนอนอัตโนมัติใช้งานได้จริง (แต่ต้องตั้งเวลาก่อน)

ด้านความแม่นยำ ยังทำได้ในระดับมาตรฐานไม่ถึงขั้นอุปกรณ์นับก้าวระดับมืออาชีพตามคาด เทียบกับการนับก้าวด้วยแอพสมาร์ทโฟนให้ตัวเลขมาใกล้เคียงกัน

การสวมใส่ vívoactive แม้จะขนาดใหญ่กว่านาฬิกาทั่วไป แต่ก็ไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด สายยางที่แถมมาให้สีขาวดูจะสกปรกง่ายไปหน่อย แต่ก็สามารถล้างน้ำได้ง่ายๆ

เทียบฟีเจอร์การออกกำลังผ่านแอพเฉพาะแล้ว การได้ GPS มาทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียดขึ้น เมื่อเทียบกับราคาเปิดตัว 9,700 บาท นับว่าไม่สูงนักสำหรับคนที่ใช้งานจริงจัง และนำไปต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่าน ANT+ ด้วย

Garmin, Smart Watch, Wearable Computing,

[source: https://www.blognone.com/node/71578]