ข่าวไอที DailyGizmo » สรุปไฮไลต์งานเปิดตัว iPhone 6S

สรุปไฮไลต์งานเปิดตัว iPhone 6S

10 กันยายน 2015
22   0

Share

มาแล้วค่ะ งานเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ที่จัดไปเมื่อคืน ใครอยากรู้ว่ามีอะไรใหม่บ้างมาอัพเดทกัน

Instargram Apple

งาน Special Event หรืองานเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ปีนี้ ย้ายสถานที่มาจัดที่ Yerba Buena Center for the Arts Theater ใน San Francisco เพื่อให้รองรับคนเข้างานที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ ที่นี่สามารถรองรับคนได้ถึง 7000 ที่นั่ง เพียงพอสำหรับนักข่าวจากทั่วโลก อากาศปีนี้ถือว่าสดใส มีคนมารอคิวกันเพียบ แต่ประตูเปิดเลทไปครึ่งชั่วโมง พอประตูเปิดสื่อต่างๆก็ทยอยเข้าหอประชุม ช่วงระหว่างรองานเปิด Apple ก็แอบขายของเล็กน้อย ด้วยการเปิดเพลงระหว่างรอจาก Beats 1 Radio คลื่นวิทยุออนไลน์ ถ้าใครอยากฟังก็ไปหาฟังผ่าน Apple Music นะจ๊ะ

หลังจากนั้นไม่นาน Tim Cook ผู้บริหารของแอปเปิ้ลก็ขึ้นเวที พร้อมเปิดด้วยคำพูดที่ว่า ปีนี้เป็นปีที่น่าตื่นเต้นของแอปเปิ้ล เริ่มจากการวางจำหน่าย Apple Watch อย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี พร้อมๆกับระบบจ่ายเงิน Apple Pay จากนั้นก็เป็นการเข้าสู่การอัพเดทของ Apple Watch

Apple Watch

Apple Watch ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร ผู้ใช้ 97% พึงพอใจมาก ซึ่งทางแอปเปิ้ลจะปล่อยตัวอัพเดทเป็น WatchOS 2 ปล่อยอัพเดท 16 กันยายน นี้ ซึ่งใน WatchOS 2 ก็จะมี watch face หรือหน้าปัดนาฬิกาใหม่ๆให้เลือกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น สำหรับคนที่ลังเลว่าแอปมีให้ใช้เยอะป่าว ต้องบอกว่าปัจจุบันมีแอป 3rd party App มี 10,000 แอปแล้ว แอปใหม่ที่จะตามมาในเร็วๆนี้ก็มี Facebook messenger ,iTranslate ,GoPro ,Transit

Airstrip แอพเด็ดในนาฬิกาแอปเปิ้ลที่เปลี่ยนการสื่อสารหมอกับคนไข้อย่างจัดเต็ม, Babymonitor อาจใช้อุปกรณ์เสริมกับคนท้องวัดและฟังเสียงหัวใจเด็กส่งหาหมอได้ทันที

COei9npVAAAb13b

จากนั้นยังมีการเปิดตัวสายใหม่ Apple watch จากแบรนด์หรู Hermes ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือ (ผลิตภัณฑ์ของ Hermes เป็นงานแฮนด์เมดล้วนๆ ไม่ได้ใช้เครื่องจักร ราคาถึงแพงไงคะ) พร้อม watch face ของ Hermes ให้เข้ากับสาย ส่วนคนที่สนใจจะเริ่มวางขายตุลาคมนี้ นอกจาก Hermes colletion แล้ว ยังมีการเผยโฉมรุ่นและสายใหม่ อย่างเช่น Apple watch sport เรือนทอง, สาย red product ข่าวดีก็คือ สีใหม่นั้น พร้อมขายไทยทันที

iPad Pro

iPad ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ไปให้ไม่เหมือนเดิม เมื่อมันวางขายครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ก็คือ ด้านการใช้งานจริงๆจังๆ ยังสู้คอมพิวเตอร์ไม่ได้ ปีนี้แอปเปิ้ลก็เลยเปิดตัว iPad Pro สักทีหลังจากลือมาตั้งแต่ปีก่อน

iPad Pro ถือว่าเป็นไอแพดหน้าจอใหญ่สุดที่แอปเปิ้ลเคยทำมา รวมถึงประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยไซส์ 12.9 นิ้วถือว่าใหญ่กว่าไอแพตแอร์อีกเกือบๆ2เท่าแนวนอน หน้าจอความละเอียด 5.6 ล้านพิกเซลหรือ 2,732 x 2,024 (264ppi) มากกว่า Macbook Pro จอเรติน่า จอใหญ่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น จิ้มจอได้ง่ายขึ้น ดูหนังฟังเพลงเล่นเกมได้อรรถรสมากขึ้น มาพร้อม Full-sized on-screen keyboard แตะหลายจุดพร้อมกันประหนึ่งโน้ตบุ้ค

สิ่งที่หลายคนรอมานานก็ได้ใช้สักที นั่นก็คือ Mutitasking เต็มรูปแบบ สามารถเล่นแอปสองหน้าจอได้

COelF2GUcAAUhhR

จอล้ำมากด้วยเทคโนโลยีที่เปล่งสีและแสงอย่างไวและสวย ใช้ชิป A9X เร็วขึ้นกว่าที่เคยมีสุดๆพอๆกับพีซี จอดี-ไวมาก-แบตอึด10ชม.-งานกราฟฟิคหนักบ่ยั่น-ลำโพง 4 ตัว ให้เสียงสเตอริโอ บาง 6.9 มิลหนากว่าไอแพตแอร์นิดเดียว ตัวเครื่องหนัก 712 กรัม นอกจากนั้นยังมีการเปิดตัวของเล่นเสริม หนึ่งคือ SmartKeyboard เคสพร้อมคีย์บอร์ดในตัว มองไปก็คล้าย surface มาก ด้านข้างของไอแพดโปรจะพอร์ตใหม่ smart connector คล้ายๆ mac safe สำหรับชาร์จไฟ เชื่อมต่อคีย์บอร์ด

COenwoWUcAAnkii

สองคือ สไตลัสแต่ใช้ชื่อว่า Apple Pencil ตรวจจับแรงกด ทิศทางและองศาความเอียงมาสร้างเป็นลายเส้น ช่วยให้งานเขียน งานออกแบบสมจริงยิ่งขึ้น ในส่วนหัวด้านบนซ่อนพอร์ต lightning ไว้ เสียบชาร์จกับไอแพดโปรได้ทันที สไตลัสนี้จะช่วยเปิดทางให้นักพัฒนาแอปและลูกเล่นใหม่สำหรับไอแพดโปรเพื่อใช้งานกับ Apple Pencil

ไอแพดโปรออกแบบมาเพื่อใช้งานจริงจัง งานนี้ก็เลยทดสอบประสิทธิภาพให้เห็นบนเวทีด้วยซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ ซึ่งทั้งสองบริษัทแท็กทีมกันค่ะ เริ่มจาก Office ของไมโครซอฟท์ที่ช่วยให้คุณจัดการงานเอกสารและพรีเซนต์ได้สะดวกยิ่งขึ้นตามมาด้วย Adobe แยกจอมาแบ่งทำงานได้ซ้ายขวา ทางAdobe มาโชว์ Photoshop &Sketch ให้ดูว่าเหนือและง่ายกับงานกราฟฟิคยุคนี้ ปิดท้ายด้วยการโชว์การใช้งานแอปเฉพาะทางด้านการแพทย์ 3D4Medical งานโชว์ว่ากราฟฟิคทางการแพทย์ละเอียดยิบผ่านแอพการแพทย์เฉพาะทางไม่หน่วงไม่แฮคเอาดินสอใหม่จิ้มเหมาะเหม็ง

COesBynUkAAoZwP

iPad Pro มีสามสีให้เลือก ราคาเริ่มต้น 799$ ความจุเริ่มต้นที่ 64 GB (29,000 บาท)ตัวท็อปใส่ซิมได้อยู่ที่  1,079$ (39,000 บาท) เริ่มขายพฤศจิกายนนี้ มีสามสีให้เลือกเหมือนไอโฟน 6

ส่วนอุปกรณ์เสริมขายแยกนะ สนนราคาของ Apple Pencil ราคา 99$ (3,600 บาท) SmartKeyboard 169$ (6,100 บาท) นอกจากนั้นยังมีการเปิดตัวภาพ iPad mini4 บนเวที รวมถึงปรับราคา iPad Mini ลงด้วย นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงว่า ปีนี้อาจจะงดงานเปิดตัวไอแพดที่มักจะจัดขึ้นในช่วงดุลาคม

Apple TV

ทาง Apple มีมุมมองต่อการดูทีวีของเราง่ายๆ นั่นก็คือ The Future of TV is App อนาคตทีวีคือแอพพลิเคชั่น คนดูทีวีผ่านแอปสตรีมมิ่ง เลือกดูสิ่งที่ต้องการ ในเวลาที่ต้องการ…ถ้าจอทีวีสเปคเทพ ระบบOSใหม่ ประสบการณ์ใหม่มากและแอพทีวีเหมาะเหม็งสุดๆจะเกิดสิ่งนี้ นั่นก็คือ Apple TV รุ่นใหม่นั่นเอง

หน้าตาของ Apple TV รุ่นใหม่ยังใกล้เคียงของเดิม สิ่งที่มาใหม่ก็คือ รีโมทใหม่ มาพร้อม touch surface  รีโมทฉลาดลื่นไหลดีน่าเล่นขึ้นเยอะ  ระบบสัมผัสด้านบน จิ้มรีโมทได้เหมือนจิ้มจอไอโฟนมีปุ่มกดสำหรับเรียกสั่งงานสิริ ใช้สิริช่วยค้นหาหนังและคอนเท้นท์มาโดยไม่ต้องพิมพ์เมื่อย  พ่นใส่คำสั่งเป็นชื่อรายการหรือชื่อหนัง หรือบอกเป็นประเภทของหนังก็ได้

เมื่อได้คอนเท้นท์ที่ต้องการแล้ว ระหว่างเล่นก็สามารถ สั่งให้เริ่มเล่นจากเวลาที่ต้องการได้ สั่งให้กรอถอยหลังหรือเลื่อนไปข้างหน้า ส่วนแอปดูหนังเพียบ HBO netflix Primetime Hulu ระหว่างดูทีวีสามารถเช็คข้อมูลอื่นๆ ให้โชว์ขึ้รด้านล่างได้ ถ้าอยากดูเต็มจอก็ได้ ระบบจะหยุดเล่นหนังให้อัตโนมัติ เช็คอุณหภูมิได้ เปิดเพลงจาก Apple Music ได้

12002322_946257335415659_4704083385851442151_n

ระบบปฏิบัติการ tvOS มีพื้นฐานจาก iOS ตอนนี้มีนักพัฒนาสนใจลงทะเบียนแล้ว 11 ล้านคน แอพบนทีวีจะทยอยออกมาให้ดู-เล่น อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เกม beat sports เล่นเกมได้เหมือนเครื่อง Wii นอกจากนั้นยังมีแอป Shopping จากหน้าจอได้ทันที หรือจะดูผลกีฬา ดูไฮไลต์ Full HD แน่นอนว่าการโหลดจะต้องโหลดผ่าน App Store สามารถโหลดแอปมาลงได้ ในช่วงเริ่มต้นนั้นแอปนึงจะต้องมีขนาดไม่เกิน 200 mb

ส่วนสเปคอื่นๆ คือ มาพร้อมกับ RAM 2 GB มีสองความจุ คือ 32 GB ราคาขายอยู่ที่ 149$ (5,400 บาท) และ  64GB ราคาขายจะอยู่ที่ 199$ (7,200 บาท) โดยจะเริ่มขายตุลาคมนี้ในประเทศกลุ่มแรกก่อน ที่เหลืออีก 100 ประเทศ ตามมาก่อนปลายปีนี้ค่ะ ส่วน Apple TV รุ่นเก่าก็ปรับราคาลงเหลือ 69$ หรือ 2500 บาทเอง ใครอยากได้ของดีราคาถูก ถือว่านี่เป็นช่วงช้อนซื้อเลยนะ

COe7A6aUkAA-E-i

iPhone 6s

มาพร้อมกันสองรุ่น ตามคาด ทั้ง iPhone 6s และ iPhone 6s Plus  หน้าจอขนาดเท่าเดิมคือ 4.7 นิ้วและ 5.5 นิ้ว แต่เปลี่ยนมาใช้กระจกใหม่ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น ส่วนสีใหม่มาตามคาดนั่นก็คือสี Rose Gold นั่นเอง มีทั้ง 6S และ 6S Plus เลยค่ะ

ฟีเจอร์เด่นสุดของไอโฟนรุ่นใหม่ก็คือหน้ามาพร้อมกับเทคโนโลยี Force Touch แบบเดียวกับ Apple watch และ New Macbook สิ่งที่ตามมาก็คือการรองรับ Muti-Touch แบบใหม่ที่แอปเปิ้ลตั้งชื่อว่า 3D touch ที่ตรวจจับแรงกดได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ทั้งแรงและองศาการกดของนิ้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสั่งงานในรูปแบบใหม่ๆ 3Dtouch ของใหม่ในไอโฟน6S ทำให้เราไม่ต้องเข้าแอพก็ทำอะไรในแอพได้หลายๆแอพในหน้าโฮม พรีวิวอีเมล เปิดเมนู

COfXXo7UYAAj9yr

ชิพ A9 ทำงานเร็วขึ้น 70% ส่วนงานด้านกราฟฟิคเร็วขึ้น  90% กล้องหน้า 5 ล้าน รองรับ Facetime แบบ HD มาพร้อมกับแนวคิด “Retina Flash” คือใช้แสงจากหน้าจอเป็นแฟลช True Tone สว่างขึ้นกว่าปกติ 3 เท่า เพื่อให้ถ่ายอออกมาสมจริงยิ่งขึ้น กล้องหลัง 12 ล้าน ปริมาณพิกเซลเพิ่มขึ้นจากเดิม 50% รองรับการถ่ายวีดีโอ4K

ฟีเจอร์ใหม่ Live Photo รูปที่ถ่ายมาแล้วสามารถดูแบบขยับได้ มีเสียงด้วย เพราะตอนถ่ายจะเก็บคลิปวิดีโอสั้นๆมาด้วยพร้อมกัน ซึ่งการเรียกดูจะต้องใช้คำสั่งจากการกด 3Dtouch สิริมาพร้อมโหมด Always-on เรียกสั่งงานได้ตลอดเวลาเพียงแค่พูดว่า Hey, Siri ส่วนราคาขายคาดว่าจะเท่าเดิม โดยจะเริ่มวางขายใน 12 ประเทศแรก โดยให้เริ่มสั่งจอง 25 กันยายนนี้

ในส่วนของระบบปฏิบัติการทั้งหมดเวอร์ชั่นสำหรับนักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น OS X, iOS 9 และ WatchOS 2 ได้เริ่มปล่อยแล้วตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ส่วน iOS เวอร์ชั่นสมบูรณ์จะปล่อยให้ผู้ใช้อัพเดทกัน 19 กันยายนนี้

 

[source: http://www.dailygizmo.tv/2015/09/10/apple-special-event-iphone-6s/]