ข่าวไอที Blognone » แนะนำ Etsy ฝากร้านออนไลน์ กระจายงานคราฟต์สู่ทุกมุมโลก

แนะนำ Etsy ฝากร้านออนไลน์ กระจายงานคราฟต์สู่ทุกมุมโลก

1 กันยายน 2015
2   0

วงการอีคอมเมิร์ซเฟื่องฟูต่อเนื่องตั้งแต่สมัยยุคดอทคอม วันนี้ถ้าจะนับ Etsy เป็นพ่อค้ายักษ์ใหญ่อีกราย คงเป็นพ่อค้าที่ฮิปสักหน่อย ใส่แว่นกรอบดำ แต่งตัวมีสไตล์ ใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กินเบอร์เกอร์บนฟู้ดทรัค คราฟต์เบียร์ดื่มเอง เพราะร้านค้าออนไลน์แห่งนี้เน้นแต่ของทำมือ มีคุณค่าทางจิตใจ และบางทีก็วินเทจได้เหมือนกัน จุดนี้เองที่ทำให้ Etsy ยั่งยืนและทัดเทียมกับยักษ์ใส่สูทรายอื่นในยุทธภพ วันนี้ Blognone มีเรื่องนี้มาฝากกัน

Etsy (อ่านว่า “เอ๊ท-ซี่” แผลงจากคำว่า eh, si (oh, yes) ในรากภาษาอิตาเลียน) สาเหตุที่ใช้ชื่อนี้มาจากความต้องการของผู้ก่อตั้งอยากใช้ชื่อแบบไม่สื่อความหมาย ซึ่งเขาจับคำนี้ได้จากการดูหนังอิตาเลียนเรื่อง 8½ ที่มีบทสนทนาใช้คำนี้จนติดหู

สามมิตรสหายร่วมก่อตั้ง

Etsy เกิดขึ้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2005 จากการลงขันกันของสามมิตรสหายในนครนิวยอร์กอย่าง Robert Kalin ตามด้วย Chris Maguire และ Haim Schoppik และทีมงานจากวงการต่างๆ ที่เปลี่ยนน้ำ-ผลัดใบกันหลายรอบ

Imgur

Robert Kalin, Chris Maguire และ Haim Schoppik ตามลำดับ

ก้าวแรกๆ ของ Etsy ที่มาจากคำอธิบายใน Quora ของ David Lifson (หนึ่งในทีมงานยุคปี 2008) ระบุว่าเดิมกลุ่มผู้ก่อตั้งเป็นแค่ทีมรับทำเว็บไซต์ฟรีแลนซ์หลังเรียนจบ จนวันหนึ่งได้รับงานให้สร้างเว็บบอร์ดชุมชนคนทำสินค้าทำมือ จนพบคำบ่นว่าของเหล่านี้ขายบน ebay ก็ใช้ยาก เก็บค่าต๋งก็แพง เมื่อเห็นโอกาสนี้ก็เลยสร้าง Etsy ขึ้นมา และถูกบอกต่อปากต่อปากจนชุมชนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

Imgur

มุมหนึ่งในสำนักงานย่าน DUMBO (Down Under the Manhattan Bridge Overpass) เขตบรู๊คลินของ Etsy ที่ดูแหวกขนบออฟฟิศน่าทำงานของกลุ่มเทคสตาร์ตอัพไปสักนิด ด้วยการตกแต่งบรรยากาศที่ทำงานด้วยสินค้าที่มีขายในเว็บ ลองดูภาพมุมต่างๆ เพิ่มเติมในงานของ Business Insider ชิ้นนี้

ไหนมีอะไรขายบ้าง?

Etsy แบ่งหมวดสินค้าออกเป็น 8 หมวดใหญ่และนานาหมวดย่อย ประกอบไปด้วยเสื้อผ้า, เครื่องประดับ, งานประดิษฐ์, ของแต่งงาน, การเป็นอยู่, สินค้าบันเทิง ฯลฯ โดยในแต่ละเซ็กชั่นของหน้าหลักก็จะแสดงสินค้าที่กำลังอยู่ในเทรนดส์ ตามด้วยสินค้าที่สมาชิกแนะนำกันเอง

Imgur

อินเตอร์เฟสการจับจ่ายไม่ยุ่งยากนัก อย่างเรากำลังเลือกเสื้อผ้าร้านหนึ่งอยู่ เว็บจะแบ่งหน้าจอครึ่งหนึ่งให้ภาพสินค้าหลายๆ มุม ด้านขวาบอกราคา (รองรับหน่วยบาทเรียบร้อย) พร้อมข้อมูลเรื่องจำนวนและขนาดให้ตัดสินใจหยิบของใส่ตะกร้า ด้านบนแสดงสินค้าอื่นในร้าน และถ้ายังไม่พร้อมซื้อ ก็ดองของไว้ใน Wishlist ที่ต้องการ

Imgur

มีสกิลเย็บปักถักร้อยสักหน่อย เอาสายชาร์จไอโฟนมาหุ้มเชือกถัก ก็ขายได้

โมเดลรายได้ของ Etsy มาจากการหัก 3.5% ของราคาขายสินค้าแต่ละชิ้นที่ขายได้ และการวางสินค้าแต่ละชิ้นบนหน้าร้าน คิดราคาของชิ้นละ 20 เซนต์ (ประมาณ 7 บาท) รวมถึงค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่ทำให้สินค้าอยู่ในลิสต์โปรโมต และยังมีรายได้จากการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบต่างๆ ด้วย ทว่าแม้จะขายของชิคๆ แต่ก็ยังมีกฎระเบียบและข้อห้ามค่อนข้างชัดเจน ทั้งการห้ามขายของที่ได้มาจากการทารุณสัตว์, สุรา-แอลกอฮอล์, ของผิดกฎหมาย ฯลฯ

จุดแข็ง-ความแตกต่าง

Etsy กล่าวไว้ในหน้า About ของเว็บไซต์ตนอย่างสวยหรูว่า หัวใจของพวกเขาคือชุมชนคนเสพงานคราฟต์ที่มีอยู่ทั่วโลก ทั้งฝั่งผู้ประกอบการที่ใช้เว็บไซต์นี้ขายของหรือเลือกสิ่งดีๆ มาขาย มีนักช้อปทางเลือกที่มักจะเจอของเด็ดๆ ที่ไม่เจอจากที่ไหน มีผู้ผลิตสินค้าที่ทำงานบนพื้นที่นี้เพื่อหาช่องทางเติบโตไปด้วยกัน และมีทีมงานของ Etsy เองที่ช่วยประคับประคองและเสริมสร้างชุมชนแห่งนี้

ในหน้า Mission & Values Etsy มองว่าการค้าขายต้องยั่งยืนและเสริมกันกับทุกฝ่าย ให้คุณค่าแก่ทุกสินค้าที่วางจำหน่าย และมุ่งสร้าง Etsy Economy (วิถีเศรษฐกิจเอ็ทซี่) ที่คนผลิตและคนซื้อได้เจอแต่ของดีที่ตรงใจ ซื้อหาได้จากทั่วโลก และได้สนทนาปราศรัยกันได้มากกว่าการซื้อของแล้วจบ รวมถึง ฟังก์ชั่นอย่าง Etsy Local เอื้อประโยชน์ให้คอมมูนิตี้ผู้ซื้อ-ผู้ขายในแต่ละท้องถิ่นได้เจอกัน

Imgur

ทั้งยังมี Etsy Labs ที่เปิดพื้นที่บางส่วนในสำนักงานนิวยอร์กและเบอร์ลินให้คนมาเจอกับคน ทำงานประดิษฐ์ร่วมกัน และเป็น webinar ให้ติดตามจากแดนไกลได้ด้วย

Imgur
Etsy ยังมีฮาร์ดแวร์อ่านบัตรเครดิตไว้ให้ผู้ขายจบการขายในหน้าร้านปกติได้ด้วย โดยยอดซื้อจะไปอัพเดตกับจำนวนสต๊อกของในร้านทันที โดยการรูดแต่ละครั้งจะคิดครั้งละ 2.75% ของราคาขาย (หรือถ้าเป็นการกรอกเลขบัตร จะคิดเป็น 3% + 25 เซ็นต์) แทนเรตที่กดซื้อจากหน้าเว็บ

มีนาคม 2015 - เข้า IPO

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Etsy Inc. ได้ยื่น IPO (Initial Public Offering) ขอเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ด้วยมูลค่าสินทรัพย์อย่างน้อย 100 ล้านเหรียญฯ จากการระดมทุนจากนักลงทุนหลายรายต่างตบเท้าเข้าลงเงิน ทั้ง Sean Meenan, Spencer และ Judson Ain, Union Square Ventures และจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง Flickr และ Delicious จนทำให้ Etsy เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดจากฝั่งนิวยอร์กที่ยื่น IPO ในรอบ 16 ปี จนกระบวนการ IPO เสร็จสิ้น Etsy มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 พันล้านเหรียญฯ

Imgur

ตัวเลขล่าสุดที่ Etsy เคลมไว้ถือว่าใหญ่ไม่ใช่เล่น ตอนนี้มีสินค้าวางจำหน่ายอยู่ 32 ล้านชนิด มีผู้ขายแอคทีฟอยู่ 1.5 ล้านคน ผู้ซื้อแอคทีฟรอจับจ่ายอยู่ 21.7 ล้านคน ปีกลายสร้างยอดขายได้กว่า 1.93 พันล้านเหรียญฯ มีพนักงานหลังบ้านดูแลอยู่ 757 ชีวิต

#ชีวิตดี๊ดี หลังมี Etsy

การเกิดขึ้นของ Etsy ทำให้ชาวฮิปผู้หลงใหลสินค้าทำมือได้แจ้งเกิดหลายราย มีหลายกรณีที่ Etsy นำมาเล่าต่อในบล็อก จนถึงขั้นออกจากงานประจำมาทำเงินกับของทำมือเลยก็มี

Imgur

อย่างเช่นเคสของคุณ Norma Toraya ผู้ละทิ้งงานตำแหน่ง animation director กว่า 15 ปีในนครแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย มาทำงานวาดเขียนบนกระดาษและการ์ดแบบทำมือใบต่อใบในร้านของเธอ ตั้งแต่ปี 2007 จนถึงออกมาทำร้านนี้ประจำตอนปี 2012 มีงานของเธอส่งถึงมือลูกค้าไปแล้วกว่า 14,000 ชิ้น

และเท่าที่สืบค้นในบล็อกของ Etsy ก็มีร้านของคนไทยหลายร้านขึ้นเป็น Feature Shops พร้อมภาพสวยๆ แล้วเช่นกัน อาทิร้าน W.B.THAMM ขายเครื่องแต่งกายชาย หรือร้าน JooJoobs ขายเครื่องหนัง เป็นต้น

โอกาสของผู้ประกอบการไทย

เท่าที่เห็นตอนนี้ก็มีผู้ประกอบการไทยไปเปิดร้านขายของอยู่ในนั้นเป็นจำนวนพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งก่อนที่จะคิดไป “ฝากร้านด้วยนะคะ” ในเวทีโลกก็คงจะต้องแข็งแกร่งเรื่องทักษะทางภาษาเพื่อชักจูงคนทั้งโลกให้มาซื้อสินค้า เป็นอีกช่องทางหนึ่งเพื่อกระจายสินค้านอกเหนือจากแย่งจองพื้นที่ flea market ที่คนชิคๆ ไปเดินกัน หรือเปิดเพจของตัวเอง สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างเมื่อสินค้าไปอยู่บน Etsy คือผู้ค้ารายอื่นจะเอาแบบไปลอกแล้วขายในราคาถูกกว่า อันนี้ก็ต้องใช้กึ๋นในการปรับตัวอีกทาง

Imgur

ในบ้านเราก็มีชุมชนอะไรคล้ายๆ Etsy อยู่เหมือนกันอย่าง Blisby ที่สร้างคอมมูนิตี้คนทำของแฮนด์เมดโดยชูเรื่องของการเปิดร้านฟรี ง่ายเพียงไม่กี่คลิก และยังเป็นที่รวมคอนเทนต์งานคราฟต์ที่เข้าถึงง่าย เพราะเป็นภาษาไทยที่เข้าใจรสนิยมเราเป็นอย่างดี

คนฮิปๆ ชอบอะไรไม่เหมือนกระแสหลัก มีรสนิยมทางเลือก ไม่จำเป็นว่าต้องมีรายได้น้อย ไส้แห้ง คุยกับใครไม่รู้เรื่อง ฯลฯ ด้วยเจเนอเรชั่นผู้คนที่กำลังเปลี่ยนไป Etsy จึงน่าจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้คนได้เจอสินค้าใหม่ๆ เจอคนคอเดียวกันมากขึ้น เป็นอีกช่องทางจับจ่ายที่ตรงใจ และละสายตาไม่ได้แล้วในเวลานี้

ที่มาและแหล่งอ้างอิง

  • “A brief history of Etsy, from 2005 Brooklyn launch to 2015 IPO” ในVenturebeat
  • “About” ใน เว็บไซต์ของ Etsy
  • “Meet the man behind New York’s other billion dollar internet company. This one makes money” ใน GigaOm
  • “Etsy completes its IPO, valuing the craft marketplace at over $3.5 billion” ใน The Verge
  • “Handmade goods website operator Etsy files for IPO” ใน Reuters
  • “Etsy Files for IPO” ใน Bloomberg Business
  • “Rob Kalin Out as Etsy CEO” ใน INC
  • “Etsy's Offices Are Just As Artsy And Quirky As You Imagined” ใน Business Insider
  • “Another billion dollar start-up founded by young people? Except they are out of Etsy” ใน Startup-Book
  • “The Story of Etsy's Crafty Growth to IPO and a $2 Billion Valuation” ใน GrowthHacker
  • Etsy ใน Wikipedia
Special Report, Etsy

[source: https://www.blognone.com/node/71978]