ข่าวไอที Blognone » Johns Hopkins ผ่าตัดปลูกถ่ายองคชาติพร้อมถุงอัณฑะได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

Johns Hopkins ผ่าตัดปลูกถ่ายองคชาติพร้อมถุงอัณฑะได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

24 เมษายน 2018
101   0

การที่คนเราต้องสูญเสียอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไปย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ทั้งในแง่ของสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน ยิ่งเป็นอวัยวะสืบพันธุ์นั่นย่อมกระทบต่อจิตใจและชีวิตครอบครัวอย่างใหญ่หลวง ซึ่งนับเป็นเรื่องโชคร้ายของทหารสหรัฐฯ นายหนึ่งที่ประสบเหตุจากการปฏิบัติภารกิจที่อัฟกานิสถานจนทำให้เขาบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะสำคัญที่ว่า แต่นับว่ายังมีข่าวดี เพราะมหาวิทยาลัย Johns Hopkins สามารถปลูกถ่ายองคชาติและถุงอัณฑะใหม่ให้เขาได้เป็นผลสำเร็จ

การผ่าตัดปลูกถ่ายที่ว่านี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่สามารถปลูกถ่ายทั้งองชาติและถุงอัณฑะได้ในคราวเดียว ด้วยความร่วมมือกันของศัลยแพทย์พลาสติก 14 คน กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสสาวะอีก 2 คน ทำการผ่าตัดนาน 14 ชั่วโมงไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาการผ่าตัดปลูกถ่ายองคชาตินั้นจะใช้เนื้อเยื่อจากอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายผู้ป่วยมาทำการยึดใช้งานแทนองคชาติเดิม โดยจะต้องอาศัยการฝังวัสดุสังเคราะห์เข้าไปเพื่อช่วยในการแข็งตัว ซึ่งวิธีนี้มีความเสี่ยงสูงที่วัสดุดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อบริเวณที่ทำการผ่าตัด

แต่การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะของมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ในครั้งนี้เลือกใช้เนื้อเยื่อจากผู้บริจาคอวัยวะมาทำการปลูกถ่ายแทน โดยเนื้อเยื่อที่ว่าประกอบไปด้วยผืนกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนที่มีองคชาติและถุงอัณฑะติดอยู่ด้วย เหตุผลประการหนึ่งที่ทีมแพทย์เลือกใช้วิธีนี้เป็นเพราะว่าผู้ป่วยซึ่งเป็นทหารผ่านศึกนี้มีร่างกายที่ไม่พร้อมจะตัดแบ่งเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นมาปลูกถ่ายเป็นองคชาติใหม่ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อดังที่กล่าวมา ทว่าวิธีการนี้มีเรื่องอาการต่อต้านของเนื้อเยื่อที่ต้องคอยระวังแทน

หลังการผ่าตัดทีมแพทย์เชื่อว่าผู้ป่วยจะสามารถใช้งานอวัยวะที่ปลูกถ่ายใหม่เพื่อการขับถ่ายและใช้งานเติมเต็มชีวิตรักได้แทบจะเหมือนกับการใช้ของเดิม ในระหว่างนี้ผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้น โดยทีมแพทย์จะคอยเฝ้าระวังติดตามดูว่ามีการต่อต้านของเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายหรือไม่ หากไม่มีปัญหาอะไร ผู้ป่วยจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในสัปดาห์นี้

ที่มา - Johns Hopkins Medicine via Engadget

No Description

Topics: 

[source: https://www.blognone.com/node/101741]