ไม่มีหมวดหมู่ » ซีอีโอ FTX ออกมาขอโทษลูกค้า ยอมรับว่าทำพลาด กำลังหาเงินมาเติม บอกคู่แข่งว่าคุณชนะแล้ว

ซีอีโอ FTX ออกมาขอโทษลูกค้า ยอมรับว่าทำพลาด กำลังหาเงินมาเติม บอกคู่แข่งว่าคุณชนะแล้ว

10 พฤศจิกายน 2022
1   0

Sam Bankman-Fried (SBF) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX ออกมาโพสต์ข้อความต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังวิกฤต FTX ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

SBF ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาด (I fucked up) อย่างแรง เขาควรออกมาสื่อสารให้เร็วกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ระหว่างการเจรจาดีลกับ Binance แต่ภาพรวมเกิดจากความผิดพลาดของเขาเองตั้งแต่แรก

เขาอธิบายว่าปัญหาของ FTX เกิดจาก FTX International ที่ทำธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา (แยกจาก FTX.US) ซึ่งลงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินไม่ดีพอ ทำให้เขาประเมินสภาพคล่อง (liquidity) ผิดพลาดไป เขาคิดว่า FTX มีสภาพคล่องสูงกว่าอัตราถอนเงินของลูกค้าในวันปกติถึง 24 เท่า แต่วันที่เกิดเหตุแห่ถอนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ จึงมีสภาพคล่องเพียง 0.8 เท่าของการถอน ไม่เพียงพอต่อการถอนเงินของลูกค้า

SBF บอกว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเงินของลูกค้า โดยพยายามหาเงินมาเติมสภาพคล่องให้ลูกค้ากลับมาถอนเงินได้ ตอนนี้เขายังไม่สัญญาว่าจะหาเงินได้หรือไม่ แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เงินที่ได้มาจะนำมาคืนให้ลูกค้าก่อน จากนั้นจะเป็นคิวของนักลงทุนและพนักงาน

SBF ยังบอกว่าบริษัทลงทุน Alameda Research ซึ่งเป็นอีกบริษัทของเขา (ไม่เกี่ยวข้องกับ FTX ในทางกฎหมาย แต่มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน) จะหยุดเทรดบนตลาดแลกเปลี่ยน FTX และ FTX เองจะเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

สุดท้าย SBF ยังโพสต์ข้อความถึง “คู่แข่งรายหนึ่ง” (a particular sparring partner) ว่าเล่นเกมได้ดี คุณชนะแล้ว (well played; you won)

อย่างไรก็ตาม หลัง SBF โพสต์ว่า FTX.US ไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องเหมือน FTX International เว็บไซต์ของ FTX.US ก็ประกาศว่าอาจหยุดการเทรดสักหลายวัน แต่การถอนเงินยังสามารถทำได้ตามปกติ

No Description

ที่มา – CoinDesk

Topics: 

Sam Bankman-Fried (SBF) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX ออกมาโพสต์ข้อความต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังวิกฤต FTX ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

SBF ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาด (I fucked up) อย่างแรง เขาควรออกมาสื่อสารให้เร็วกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ระหว่างการเจรจาดีลกับ Binance แต่ภาพรวมเกิดจากความผิดพลาดของเขาเองตั้งแต่แรก

เขาอธิบายว่าปัญหาของ FTX เกิดจาก FTX International ที่ทำธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา (แยกจาก FTX.US) ซึ่งลงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินไม่ดีพอ ทำให้เขาประเมินสภาพคล่อง (liquidity) ผิดพลาดไป เขาคิดว่า FTX มีสภาพคล่องสูงกว่าอัตราถอนเงินของลูกค้าในวันปกติถึง 24 เท่า แต่วันที่เกิดเหตุแห่ถอนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ จึงมีสภาพคล่องเพียง 0.8 เท่าของการถอน ไม่เพียงพอต่อการถอนเงินของลูกค้า

SBF บอกว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเงินของลูกค้า โดยพยายามหาเงินมาเติมสภาพคล่องให้ลูกค้ากลับมาถอนเงินได้ ตอนนี้เขายังไม่สัญญาว่าจะหาเงินได้หรือไม่ แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เงินที่ได้มาจะนำมาคืนให้ลูกค้าก่อน จากนั้นจะเป็นคิวของนักลงทุนและพนักงาน

SBF ยังบอกว่าบริษัทลงทุน Alameda Research ซึ่งเป็นอีกบริษัทของเขา (ไม่เกี่ยวข้องกับ FTX ในทางกฎหมาย แต่มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน) จะหยุดเทรดบนตลาดแลกเปลี่ยน FTX และ FTX เองจะเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

สุดท้าย SBF ยังโพสต์ข้อความถึง “คู่แข่งรายหนึ่ง” (a particular sparring partner) ว่าเล่นเกมได้ดี คุณชนะแล้ว (well played; you won)

อย่างไรก็ตาม หลัง SBF โพสต์ว่า FTX.US ไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องเหมือน FTX International เว็บไซต์ของ FTX.US ก็ประกาศว่าอาจหยุดการเทรดสักหลายวัน แต่การถอนเงินยังสามารถทำได้ตามปกติ

No Description

ที่มา – CoinDesk

Topics: 

Sam Bankman-Fried (SBF) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX ออกมาโพสต์ข้อความต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังวิกฤต FTX ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

SBF ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาด (I fucked up) อย่างแรง เขาควรออกมาสื่อสารให้เร็วกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ระหว่างการเจรจาดีลกับ Binance แต่ภาพรวมเกิดจากความผิดพลาดของเขาเองตั้งแต่แรก

เขาอธิบายว่าปัญหาของ FTX เกิดจาก FTX International ที่ทำธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา (แยกจาก FTX.US) ซึ่งลงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินไม่ดีพอ ทำให้เขาประเมินสภาพคล่อง (liquidity) ผิดพลาดไป เขาคิดว่า FTX มีสภาพคล่องสูงกว่าอัตราถอนเงินของลูกค้าในวันปกติถึง 24 เท่า แต่วันที่เกิดเหตุแห่ถอนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ จึงมีสภาพคล่องเพียง 0.8 เท่าของการถอน ไม่เพียงพอต่อการถอนเงินของลูกค้า

SBF บอกว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเงินของลูกค้า โดยพยายามหาเงินมาเติมสภาพคล่องให้ลูกค้ากลับมาถอนเงินได้ ตอนนี้เขายังไม่สัญญาว่าจะหาเงินได้หรือไม่ แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เงินที่ได้มาจะนำมาคืนให้ลูกค้าก่อน จากนั้นจะเป็นคิวของนักลงทุนและพนักงาน

SBF ยังบอกว่าบริษัทลงทุน Alameda Research ซึ่งเป็นอีกบริษัทของเขา (ไม่เกี่ยวข้องกับ FTX ในทางกฎหมาย แต่มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน) จะหยุดเทรดบนตลาดแลกเปลี่ยน FTX และ FTX เองจะเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

สุดท้าย SBF ยังโพสต์ข้อความถึง “คู่แข่งรายหนึ่ง” (a particular sparring partner) ว่าเล่นเกมได้ดี คุณชนะแล้ว (well played; you won)

อย่างไรก็ตาม หลัง SBF โพสต์ว่า FTX.US ไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องเหมือน FTX International เว็บไซต์ของ FTX.US ก็ประกาศว่าอาจหยุดการเทรดสักหลายวัน แต่การถอนเงินยังสามารถทำได้ตามปกติ

No Description

ที่มา – CoinDesk

Topics: 

Sam Bankman-Fried (SBF) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FTX ออกมาโพสต์ข้อความต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังวิกฤต FTX ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

SBF ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาด (I fucked up) อย่างแรง เขาควรออกมาสื่อสารให้เร็วกว่านี้ แต่ไม่สามารถทำได้ระหว่างการเจรจาดีลกับ Binance แต่ภาพรวมเกิดจากความผิดพลาดของเขาเองตั้งแต่แรก

เขาอธิบายว่าปัญหาของ FTX เกิดจาก FTX International ที่ทำธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา (แยกจาก FTX.US) ซึ่งลงบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สินไม่ดีพอ ทำให้เขาประเมินสภาพคล่อง (liquidity) ผิดพลาดไป เขาคิดว่า FTX มีสภาพคล่องสูงกว่าอัตราถอนเงินของลูกค้าในวันปกติถึง 24 เท่า แต่วันที่เกิดเหตุแห่ถอนสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ จึงมีสภาพคล่องเพียง 0.8 เท่าของการถอน ไม่เพียงพอต่อการถอนเงินของลูกค้า

SBF บอกว่าเขาจะรับผิดชอบต่อเงินของลูกค้า โดยพยายามหาเงินมาเติมสภาพคล่องให้ลูกค้ากลับมาถอนเงินได้ ตอนนี้เขายังไม่สัญญาว่าจะหาเงินได้หรือไม่ แต่จะพยายามอย่างเต็มที่ เงินที่ได้มาจะนำมาคืนให้ลูกค้าก่อน จากนั้นจะเป็นคิวของนักลงทุนและพนักงาน

SBF ยังบอกว่าบริษัทลงทุน Alameda Research ซึ่งเป็นอีกบริษัทของเขา (ไม่เกี่ยวข้องกับ FTX ในทางกฎหมาย แต่มีผู้ก่อตั้งคนเดียวกัน) จะหยุดเทรดบนตลาดแลกเปลี่ยน FTX และ FTX เองจะเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

สุดท้าย SBF ยังโพสต์ข้อความถึง “คู่แข่งรายหนึ่ง” (a particular sparring partner) ว่าเล่นเกมได้ดี คุณชนะแล้ว (well played; you won)

อย่างไรก็ตาม หลัง SBF โพสต์ว่า FTX.US ไม่ได้มีปัญหาสภาพคล่องเหมือน FTX International เว็บไซต์ของ FTX.US ก็ประกาศว่าอาจหยุดการเทรดสักหลายวัน แต่การถอนเงินยังสามารถทำได้ตามปกติ

No Description

ที่มา – CoinDesk

Topics: