ข่าวไอที DailyGizmo » ทวิตเตอร์เผยช้อปปิ้งออนไลน์โตแรงยุคโควิด-19 ชาวทวิตมากกว่า 4 ใน 5 นิยมซื้อของออนไลน์

ทวิตเตอร์เผยช้อปปิ้งออนไลน์โตแรงยุคโควิด-19 ชาวทวิตมากกว่า 4 ใน 5 นิยมซื้อของออนไลน์

6 พฤศจิกายน 2020
87   0

ต้องยอมรับว่าในช่วงสถานการณโควิด 19 สิ่งที่ผู้คนจับจ่ายใช้สอยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะเทศกาลไหน ลดสินค้าอะไร เป็นต้องกดใส่ตระกร้าส่งถึงหน้าบ้านกันเป็นประจำ รวมถึงโปรโมชั่นวันพิเศษต่างๆ อาทิ 1.1 / 2.2 / 4.4 เป็นต้น เรียกได้ว่ากลายเป็นช่วงเวลาของการสร้างมูลค่ามหาศาลสำหรับวงการค้าปลีกในประเทศไทยเป็นอย่างงมาก ซึ่งทวิตเตอร์ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคนิยมพูดคุยเกี่ยวกับการช้อปปิ้งในประเทศไทย

อ้างอิงข้อมูลจาก Statista บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด พบว่า ในปี 2562 มีการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 3.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ข้อมูลจาก MediaRadar บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและโฆษณา พบว่ามีการใช้จ่ายค่าโฆษณาเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 9.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซ (eCommerce) และ เอ็มคอมเมิร์ซ (mCommerce) ในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกันราว 3.98 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์ต่างๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีในการทำการตลาด โดยเฉพาะจะต้องมีความเข้าใจว่าทำไมผู้บริโภคจึงเลือกซื้อของทางออนไลน์และสิ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อดังกล่าว เราพบว่าแบรนด์ในประเทศไทยต่างหันมาใช้ทวิตเตอร์ในการคอนเน็คกับกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มผู้ใช้งานทวิตเตอร์ประเทศไทย

ทำความเข้าใจกับ เทรนด์การซื้อของผู้บริโภค

วันแห่งการช้อปปิ้งกลายเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดทั้งแบรนด์และผู้บริโภค ทวิตเตอร์นับเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์เลือกใช้สร้างคอนเน็คกับนักช้อปออนไลน์ จากการวิจัยล่าสุดพบว่าผู้ใช้งานทวิตเตอร์ประเทศไทยมากกว่า ใน คน มีการซื้อของออนไลน์

Top 5 items bought online (THA)_l.jpg

 

ทั้งนี้แบรนด์สามารถทำความเข้าใจเทรนด์ของผู้บริโภคได้ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น ทวิตเตอร์ขอแนะนำ พฤติกรรมหลักในการช้อปปิ้งเพื่อช่วยให้เข้าใจเทรนด์การช้อปออนไลน์ของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

1.    ผู้บริโภคเลือกซื้ออะไรกันบ้าง 5  ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ในประเทศไทยนิยมสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

  • แชมพู (84.7%)
  • น้ำยาปรับผ้านุ่ม (75.6%)
  • น้ำยาซักผ้า / ผงซักฟอก (74.2%)
  • ครีมนวดผม (66.9%)
  • เสื้อผ้า (66.7%)

2.    ปัจจัยหลักในการช่วยกระตุ้นผู้บริโภคตัดสินใจซื้อของทางออนไลน์
       เหตุผลหลัก ที่ผู้บริโภคชาวไทยเลือกช้อปออนไลน์ คือ

  • จัดส่งฟรี (63%)
  • ส่วนลดต่างๆ (57%)
  • จ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้า (45%)
  • เสียงสนับสนุนและการพูดถึงของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ (39%)

3.    ผู้บริโภคสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

ผู้หญิงคือกลุ่มที่นิยมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องช้อปปิ้งบนทวิตเตอร์มากที่สุดในประเทศไทย เพียงแค่รู้ว่าผู้บริโภคมีความสนใจทั่วไปในเรื่องอะไร ก็จะสามารถช่วยให้แบรนด์ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการทำโฆษณาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สาวๆ นักช้อปบนทวิตเตอร์มีความสนใจในเรื่องของดนตรีอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพการทำอาหารความงามและเครื่องสำอาง ในขณะที่หนุ่มนักช้อปมีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีดนตรีการเล่นกีฬาและข่าวสารต่างๆ

 

Female and Male shoppers (THA)_m.jpg

รีวิวข้อมูลผลิตภ้ณฑ์ ก่อนการตัดสินใจซื้อ

การซื้อของออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การล็อกอินเพื่อเข้าไปซื้อแล้วล็อกออฟออกจากระบบเท่านั้น แต่ขั้นตอนในการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นยาวนานกว่าที่คิด และมีความแตกต่างจากเดิมไปมาก การศึกษาหาข้อมูลและการวางแผนก่อนจ่ายเงินซื้อของถือเป็นส่วนที่สำคัญในขั้นตอนการซื้อของ โดย 94% ของนักช้อปออนไลน์บนทวิตเตอร์มักจะหาข้อมูลจากรายการสิ่งของที่อยากได้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

@BrightMinho_m.jpg

เครดิตทวีตจาก: https://twitter.com/BrightMinho/status/1314262189545381889

นักช้อปออนไลน์บนทวิตเตอร์คือผู้ทรงอิทธิพล ชอบการค้นพบสิ่งใหม่ เปิดใจรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือไอเดียใหม่ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และมักจะเข้าร่วมวงสนทนาในเรื่องเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง สำหรับแบรนด์ สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการดูแลชื่อเสียงของแบรนด์ให้เป็นไปในทางบวก เนื่องจาก 50% ของนักช้อปออนไลน์ในประเทศไทยมักจะตรวจสอบข้อมูลของแบรนด์และข้อมูลผลิตภัณฑ์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมถึงบนทวิตเตอร์

ให้ความสำคัญทุกขั้นตอน มากกว่าแค่การตัดสินใจซื้อ

การซื้อของออนไลน์คือขั้นตอนอย่างหนึ่ง หากลองศึกษาวันแห่งการช้อปปิ้งอย่างเช่นโปร 10/10 ทวิตเตอร์พบว่าช่วงเวลาขั้นตอนของการทำอีคอมเมิร์ซอยู่ที่ประมาณ 10-14 วัน โดยมีหัวใจหลักอันสำคัญที่แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์ได้ในระหว่างที่มีการจัดโปรโมชั่น หากแบรนด์มีการลงทุนและโฟกัสที่จะขายสินค้าเฉพาะแค่ในวันที่ 10 เดือน 10 จะได้รับประโยชน์น้อยกว่าแบรนด์ที่มีการเอ็นเกจกับผู้บริโภคมาตลอดช่วงระยะเวลาตั้งแต่ก่อนมีโปรฯ ไปจนถึงหลังวันที่มีโปรฯ

ทำความรู้จักกับ 5 ขั้นตอนช่วงวันช้อปปิ้งออนไลน์บนทวิตเตอร์ ดันแบรนด์ปังไม่มีดรอป
เพื่อให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทวิตเตอร์จึงแบ่งปันความสำคัญของเวลา ช่วงของวันแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์

เฟสที่ 1: เริ่มทวีต

ก่อนจะถึงวันที่มีการจัดโปรฯ สักหนึ่งอาทิตย์ ควรเริ่มต้นสร้างบทสนทนาขึ้นมาบนทวิตเตอร์ ผู้ใช้งานทวิตเตอร์จะทวีตถึงโค้ดส่วนลดต่างๆ และจะได้เก็บโค้ดเหล่านั้นเอาไว้เพื่อช่วยให้พวกเขามีส่วนลดเพิ่มในวันที่มีการจัดโปรฯ

เคล็ดลับเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการปล่อยโค้ดพิเศษหรือบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดโปรโมชั่นของแบรนด์ สร้างเอ็นเกจกับอินฟลูเอ็นเซอร์บนทวิตเตอร์  เพื่อทวีตถึง ของมันต้องมี” ซึ่งจะช่วยให้นักช้อปทั้งหลายเกิดความต้องการซื้อสินค้า

@Thookboktor_m.jpg

เครดิตทวีตจาก: https://twitter.com/Thookboktor/status/1303341932253294594

เฟสที่ 2: อุ่นเครื่อง
ในเฟสที่ จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานบนทวิตเตอร์เริ่มปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนๆ ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังวางแผนที่จะซื้อ

เคล็ดลับทำงานร่วมกับอินฟลูเอ็นเซอร์ทวิตเตอร์ ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์เพื่อสร้างอิทธิพลต่อนักช้อปและยังเป็นการช่วย อุ่นเครื่อง” บทสนทนาก่อนที่จะถึงวันจริง

 

@mmytype_m.jpg

เครดิตทวีตจาก: https://twitter.com/mmytype_/status/1303345470974996480

 

เฟสที่ 3: วันแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์

เมื่อวันจริงมาถึง นักช้อปบางคนอาจจะยังค้นหาโค้ดส่วนลดพิเศษต่างๆ อยู่ และนี่แหละที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อในวันนั้น

เคล็ดลับวันแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์คือช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลได้ ด้วยการรีวิวผลิตภัณฑ์และแสดงความเห็น โดยอินฟลูเอ็นเซอร์บนทวิตเตอร์สามารถสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคนอื่นๆ ได้

 

Conversations before during and after eCommerce days (THA)_m.jpg

 

เฟสที่ 4: รีวิวแกะกล่องผลิตภัณฑ์

นักช้อปบนทวิตเตอร์มักชอบแบ่งปันข้อมูลในสิ่งที่พวกเขาได้ช้อปมาแล้ว โดยเฉพาะหลังจากวันที่มีการจัดโปรฯ ผ่านไปไม่กี่วัน พวกเขามักจะแชร์ภาพการเปิดกล่องไอเท็มเด็ดที่พวกเขาได้ซื้อไป และหากว่าแบรนด์ยังคงทำโปรโมชั่นอยู่อย่างต่อเนื่อง นี่แหละคือช่วงเวลาที่นักช้อปคนอื่นๆ อาจจะมีการตัดสินใจซื้อเพิ่ม เนื่องจากได้เห็นคนอื่นได้ซื้อสินค้าไปแล้ว รวมถึงทวีตข้อความจากทั้งแบรนด์เองและจากอินฟลูเอ็นเซอร์

เคล็ดลับการทำ whitelist ที่เกี่ยวข้องกับการทวีตที่รีวิวการแกะกล่องผลิตภัณฑ์จะช่วยสร้างกระแสบทสนทนาและช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อต่อไปได้อีก

 

@joyjeeloveberry_m.jpg

เครดิตทวีตจาก: https://twitter.com/joyjeeloveberry/status/1304612892721836032

เฟสที่ 5: หลังจากวันจัดโปรฯ ผ่านพ้นไป

ในช่วงสุดท้ายยังคงสามารถสร้างเอ็นเกจได้ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3-4 วัน หลังจากมีผู้บริโภคได้ซื้อของไปแล้ว จะเริ่มมีการทวีตและมีฟีดแบ็กถึงผลิตภัณฑ์ ในขณะที่บางคนก็อาจจะชอบให้มีการเตือนว่าโปรโมชั่นใกล้จะหมดแล้ว หรือกลุ่มผู้บริโภคที่สนับสนุนแบรนด์อยู่ก็สามารถเป็นอีกตัวช่วยที่จะทำให้คนอื่นอยากจะซื้อของในช่วงวันท้ายๆ ก่อนจะจบโปรได้เช่นกัน

เคล็ดลับส่งข้อความที่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อครั้งสุดท้าย อาทิ ลดกระหน่ำวันสุดท้าย” หรือ โอกาสสุดท้าย” เป็นต้น

 

@twoajumma_m.jpg

เครดิตทวีตจาก: https://twitter.com/twoajumma/status/1304687517849907201

ด้วยสถานการณ์ของการรักษาระยะห่างและจำกัดการเดินทาง ทำให้พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป โดยชาวทวิตภพนับได้ว่ามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในการพูดคุยเกี่ยวกับการช้อปออนไลน์และแบรนด์ต่างๆ เองก็หันมาเลือกใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการเปิดตัวสินค้าและบริการใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น

[source: https://www.dailygizmo.tv/2020/11/06/twitter-online-dshopping-covid19-2020/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=twitter-online-dshopping-covid19-2020]