ข่าวไอที Blognone » รีวิว Nokia Treasure Tag

รีวิว Nokia Treasure Tag

12 ตุลาคม 2014
1   0

ก่อนที่ไมโครซอฟท์จะเสร็จสิ้นการเข้าซื้อส่วนกิจการด้านอุปกรณ์และบริการของโนเกีย หนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่โนเกียเปิดตัวเพื่อใช้เป็นพิเศษกับโทรศัพท์มือถือตัวเอง (และใช้กับโทรศัพท์เครื่องอื่นๆ ผ่านซอฟต์แวร์ third-party) คือ Treasure Tag ที่เป็นอุปกรณ์ซึ่งใช้ในการช่วยเตือนความจำและหาสิ่งของต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีของ Bluetooth 4.0 LE ครับ

Blognone ได้ Treasure Tag มาลองเล่นสักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผมขออนุญาตถ่ายทอดประสบการณ์ใช้งานให้ได้อ่านกันครับ (ขอบพระคุณทาง ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ที่ส่งมาให้เล่นครับ)

แกะกล่องและรูปลักษณ์ภายนอก

กล่องของ Treasure Tag เป็นกล่องใส ทำเหมือนกับว่า Treasure Tag กำลังลอยอยู่ เมื่อดึงออกมาจากส่วนที่ยึดไว้ที่เป็นกระดาษ ก็จะเผยให้เห็นคู่มือและยางที่ไม่มีห่วงคล้องอยู่ด้านล่าง ซึ่งมีแค่นี้

WP_20141005_12_52_17_Pro__highres

WP_20141005_12_53_02_Pro__highres

WP_20141005_12_53_29_Pro__highres

ตัวของ Treasure Tag จริงๆ เป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยม (ในตัวที่ได้มาเป็นสีดำ) ด้านหน้าเป็นปุ่มกดเปิด/เปิด และเอาไว้เรียกหาโทรศัพท์มือถือของเรา

WP_20141005_12_54_19_Pro__highres

ด้านหลังเป็นช่องลำโพงและร่องที่เอาไว้งัดเปลี่ยนถ่านโดยเฉพาะ

WP_20141005_12_55_34_Pro__highres

แกะออกมาแล้วจะเป็นแบบนี้

WP_20141010_21_11_08_Pro__highres

การใช้งานจริง

สำหรับการใช้งานจริง ขั้นแรกคือต้องเปิดเครื่องก่อน จากนั้นถ้าเครื่องมี NFC ก็สามารถเอาไปแปะด้านหลังแล้วสั่งผูก (pair) อุปกรณ์ได้ทันที แต่ถ้าหากไม่มี NFC จำเป็นที่จะต้องเรียกแอพ Treasure Tag ขึ้นมาก่อนครับ (ใน iOS และ Android ก็มีครับ เพียงแต่เป็น third-party เท่านั้น) ในกรณีผม คือทดสอบกับ Lumia 930 หลังจากใช้ NFC จัดการปุ๊ป หน้าจอของระบบก็ถามทันที หลังจากนั้นระบบ Device Hub ของเครื่องก็แจ้งเตือนว่าเชื่อมต่อสำเร็จเรียบร้อย

wp_ss_20141010_0001 wp_ss_20141010_0002

จากจุดนี้ ถ้ายังไม่มีแอพ มันจะพาเราเข้า Store ให้ไปโหลดแอพ Treasure Tag ซึ่งผมมีอยู่แล้ว เวลาขึ้นเตือนว่าอุปกรณ์ต่อเชื่อมแล้ว ผมเลยกดเข้าไปตรงๆ ได้เลย ซึ่งจะขึ้นแอพ Treasure Tag ให้ทันที ซึ่งเราสามารถตั้งค่าตามที่เราต้องการได้ครับ

wp_ss_20141010_0003 wp_ss_20141010_0005

เพื่อทดสอบว่าสำเร็จหรือไม่ เราสามารถสั่งให้ทดสอบการเตือนได้ครับว่า Treasure Tag ใช้งานได้หรือไม่ และในหน้าของ Tag แต่ละตัว เราสามารถเรียกหาได้โดยกดปุ่ม Play มันก็จะส่งเสียงออกมาครับ

wp_ss_20141010_0007 wp_ss_20141010_0008

เท่าที่ทดสอบทั้งบน Android และ Windows Phone ผมก็พบว่ามันทำงานได้ดีตามที่ควรจะเป็น กล่าวคือ พออยู่ห่างมันก็มีการเตือน และพอเวลาผมหาของไม่เจอ ก็สามารถบอกได้จากแผนที่ (บังเอิญผมไม่ได้แคปหน้าจอมา) ว่าตำแหน่งของอุปกรณ์ล่าสุดอยู่ตรงไหน ซึ่งผมเข้าใจว่ามันเป็นที่แอพในเครื่องของโทรศัพท์มากกว่าที่จะจดจำระยะสุดท้ายที่เจออุปกรณ์ชิ้นนี้ มากกว่าที่ตัวอุปกรณ์เองจะรู้ว่าตอนนี้ตัวมันอยู่ที่ตรงไหน

สรุป: แค่ของเล่นที่ไม่จำเป็น?

WP_20141005_12_54_26_Pro__highres

ผมไม่ปฏิเสธว่าแนวคิดของ Treasure Tag เป็นแนวคิดที่ดี กล่าวคือ เอาเทคโนโลยีเดิมๆ มาประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ผมสงสัยว่า Treasure Tag จะกลายเป็นของเล่นที่ไม่จำเป็นหรือไม่ ด้วยสามเหตุผลหลักดังนี้

หนึ่ง ขนาด แม้ว่าจะมี Treasure Tag Mini ออกมาเพิ่ม แต่ขนาดของอุปกรณ์เหล่านี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่า มันทำให้ชีวิตเราเพิ่มความยุ่งยากหรือไม่ ตัวอย่างเช่น พวงกุญแจ ที่พวงก็ใหญ่อยู่แล้ว ถ้าเพิ่ม Treasure Tag เข้าไปอีกอัน แม้ว่าจะใช้ได้ดีจริง แต่ก็เพิ่มความรู้สึกว่ามัน "รก" เข้าไปอีก (ทุกวันนี้พวงกุญแจที่ผมใช้ มักจะไม่มีอะไรห้อยให้ดูสวยงามเลย) หรือถ้าติดกับกระเป๋าสตางค์ เวลาหยิบออกมาใช้จะสะดวกหรือไม่?

สอง ราคา ด้วยค่าตัวที่ 990 บาท และ 690 บาท สำหรับตัว Treasure Tag Mini ถ้าผมจะต้องใช้ Treasure Tag ในฐานะเป็นตัวแก้ไขปัญหา (solution) ให้กับความขี้ลืมหรือมักง่ายของผม ราคาของ Treasure Tag ที่ผมต้องซื้ออาจจะแพงกว่าการซื้อกระเป๋าเป้หนึ่งใบ เพราะผมต้องซื้อเป็นสิบๆ ตัว นั่นแปลว่าราคามันไม่ได้ถูกเลยแม้แต่น้อย

สาม เราลืมของกันบ่อยขนาดนั้นหรือ? ซึ่งนี่เป็นคำถามที่ใหญ่ที่สุดที่ผมจะนึกออก คิดไปให้สุด สมมติผมเป็นคนขี้ลืมสมุดบัญชี ผมจำเป็นที่จะต้องซื้อ Treasure Tag มาติดสมุดบัญชี? ในที่สุดเราอาจจะหลงลืมอะไรไปบางอย่าง แต่ก็เป็นครั้งคราวเสียมากกว่าที่จะลืมอยู่ตลอดกาล ในสถานการณ์ที่อาจจะถูกยกขึ้นมาบ่อยๆ เช่น เราลืมว่าเราจอดรถที่ไหน เลยต้องใช้ Treasure Tag คำถามผมก็คือ ในสถานการณ์จริงที่ตัวแอพยังต้องพึ่งแผนที่ของโทรศัพท์อยู่ การนำทางในอาคารยังอยู่ระหว่างการพัฒนา จะช่วยให้ Treasure Tag หารถที่เราจอดได้ดีขึ้นจริงหรือ ในทางตรงกันข้าม ถ้าผมใช้เทคโนโลยีอย่าง iBeacon ระบุว่าผมจอดรถที่ A แล้วผมเกิดลืม แค่หยิบมือถือออกมาดูตำแหน่งอาจจะง่ายกว่ามาก (อันนี้ว่ากันด้วยเรื่องอนาคตล้วนๆ นะครับ)

ในท้ายที่สุด ผมกลับมานั่งคิดว่า Treasure Tag จะวางสถานะ (position) ในฐานะอุปกรณ์เสริมอะไร คำตอบสำหรับผมก็คือ ของเล่นที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ ถ้าไม่มีผมก็ไม่รู้สึกว่าเป็นของที่จำเป็น ซึ่งนี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของ Treasure Tag ที่แนวคิดดี แต่ตอบคำถามไม่ได้ว่าจำเป็นหรือไม่ที่ควรจะมี ซึ่งหากวันหนึ่ง ไมโครซอฟท์/โนเกีย สามารถหา "ความจำเป็น" ให้กับ Treasure Tag ได้ ผมอาจจะรู้สึกว่ามันจำเป็นต้องซื้อก็ได้ ซึ่งผมยังไม่เห็นทั้งในตอนนี้ และอนาคตอันใกล้ แต่อย่างใดครับ

ข้อดี

  • ใช้งานตอบโจทย์ได้จริง
  • ใช้กับอุปกรณ์บนแพลตฟอร์มอื่นได้

ข้อเสีย

  • ดีไซน์ที่ยังใหญ่เทอะทะ
  • ราคาที่ยังคงสูง
  • ความจำเป็นที่ยังหาเหตุผลในการซื้ออุปกรณ์นี้ไม่ได้
Accessories, Nokia, Review

[source: https://www.blognone.com/node/61494]