ข่าวไอที Blognone » สงครามทรัพยากรแห่งอนาคต: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแย่งกันหาแหล่งแร่โคบอลต์และลิเทียม

สงครามทรัพยากรแห่งอนาคต: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแย่งกันหาแหล่งแร่โคบอลต์และลิเทียม

13 กุมภาพันธ์ 2018
48   0

หัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้ามีสองอย่างคือมอเตอร์และแบตเตอรี่ โดยมอเตอร์นั้นไม่ได้มีส่วนประกอบอะไรซับซ้อนมาก แต่กลับกันในการผลิตแบตเตอรี่ที่ต้องใช้แร่สำคัญอย่างโคบอลต์และลิเทียม ซึ่งโลหะเหล่านี้ล้วนมาจากการทำเหมือง เป็นการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ และเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอนาคต ผู้ผลิตรถยนต์ต่างก็พยายามหาแร่ที่จำเป็นดังกล่าวมาเป็นของตัวเองให้มากที่สุด

Tesla เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเดือนธันวาคม 2017 มีรายงานว่า Elon Musk ซีอีโอของบริษัทเดินทางไปยังประเทศชิลี แต่ไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันว่าชิลีมีการทำธุรกิจเหมืองลิเทียมใหญ่มาก (เชื่อกันว่าชิลีมีแร่ลิเทียมมากที่สุดในโลก) เหตุผลที่ Elon เดินทางไปก็คงหนีไม่พ้นการเจรจาซื้อแร่ลิเทียมมาเป็นของตนเพื่อผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

ต่อมารายงานดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจาก Eduardo Bitran ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ของ Corfo หน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจของชิลีว่า Tesla กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ Sociedad Química y Minera de Chile (SQM) บริษัทผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่ที่สุดของโลก เพื่อให้ SQM เป็นซัพพลายเออร์แร่ลิเทียมนั่นเอง

ข้ามไปดูผู้ผลิตรถยนต์ฝั่งยุโรปกันบ้าง Markus Duesmann หัวหน้าแผนก Supply Chain ของ BMW ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เยอรมนี Frankfurter Allgemeine Zeitung ว่าเป้าหมายของ BMW คือการมีซัพพลาย (แร่ต่างๆ) ลงลึกถึงระดับการทำเหมือง เป็นระยะเวลา 10 ปี และตอนนี้ก็เตรียมพร้อมเซ็นสัญญาแล้ว ซึ่งแร่ที่ BMW ต้องการก็มีทั้งโคบอลต์และลิเทียม แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะเซ็นสัญญากับผู้ผลิตรายใด

ในขณะที่ Volkswagen ที่เคยประกาศว่าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 3 ล้านคันต่อปีภายในปี 2025 ก็เคยเปิดให้ผู้ผลิตแร่ต่างๆ ส่งข้อเสนอเข้ามา ซึ่งผู้ผลิตเจ้าหนึ่งระบุว่าวิธีที่ Volkswagen ใช้คือการบอกว่าจะผลิตรถยนต์กี่คัน แต่ไม่บอกว่าต้องการแร่โคบอลต์มากเท่าใด จึงเป็นหน้าที่ของซัพพลายเออร์ที่ต้องคำนวณและเสนอเข้าไปเอง นอกจากนี้ Volkswagen ยังเคยบอกว่าบริษัทฯ ต้องการกำลังผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 150 กิกะวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2025 จึงจะพอสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

ราคาของแร่ลิเทียมเพิ่มสูงขึ้นกว่า 2 เท่าในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนโคบอลต์ราคาสูงขึ้นกว่า 3 เท่าในเวลา 3 ปี จึงเห็นได้ว่าการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่นำมาผลิตแบตเตอรี่รถยนต์มีแต่จะเข้มข้นขึ้น และหากในอนาคตยังไม่มีเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แบบใหม่ ราคาของแร่ทั้งสองคงไม่มีแนวโน้มลดลงแน่

ที่มา - Electrek (1), (2), Reuters

No Description

[source: https://www.blognone.com/node/99793]